เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ครับ เรื่องของ อรหันต์ชาวนา แหลม หรือ พูนศักดิ์ สมบูรณ์ ชายหนุ่มวัย 33 ปี แห่งบ้านโนนยาง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ชายผู้เป็นต้นแบบให้คนหัวใจสู้หลายต่อหลายคน รวมทั้ง กฤษฎา รากแก่น คนต้นเรื่องของชีวิตนักสู้อีสานอีกคนหนึ่ง รู้จักเขาเสียหน่อย….
แหลม เกิดและเติบโตมาในครอบครัวชาวนา เมื่อเรียนจบ ป. 6 แหลมเดินทางเข้ามาทำงานก่อสร้างในเมืองตามกระแสนิยมของสังคม และความต้องการของพ่อแม่ที่มีความหวังว่าอนาคตของลูกจะดีขึ้น ไม่ต้องมาทำนาให้ลำบากเหมือนตนเอง ชีวิตในเมืองหลวง ทำให้เขาเรียนรู้ถึงระบบนายทุนที่เข้ามาครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งจิตใจของผู้คน ทุกอย่างถูกตีมูลค่าเป็นเงิน แม้กระทั่งน้ำเปล่าแค่ 1 แก้ว คิดจะหาน้ำใจจากผู้คนสังคมเมืองนั้นยากเต็มที และความคิดระบบนี้กำลังคืบคลาน เกาะกิน จิตใจผู้คนในสังคมชนบทอย่างรวดเร็ว
“เมื่อก่อน ผมไม่เคยมีความคิดว่าจะทำนาเหมือนพ่อแม่มาก่อนเลย คิดอยู่อย่างเดียวว่า การเข้าเมืองไปขายแรงงาน ทำให้มีเงินแล้วความเป็นอยู่จะดีขึ้นด้วย ในหัวตอนนั้นคิดแต่ว่าจะต้องมีเงิน ต้องหาเงิน อยากกินอยากได้อะไรก็ได้แค่เรามีเงินเสียอย่าง หลังจากที่ผมทำงานเป็นลูกน้องเขา เห็นการเอารัดเอาเปรียบกันมาก อย่างอะไหล่ชิ้นละ 5 บาทแต่เถ้าแก่แกเขียนบิลให้ลูกค้าเป็น 300 บาท ผมคิดว่ามันเป็นการเอารัดเอาเปรียบกันมากเกินไปแล้ว หากผมยังทำงานต่อไปก็จะบาปไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่วิถีชีวิตของเรา เกิดมาในครอบครัวชาวนา ถึงยากจนก็ไม่เคยถูกสอนมาให้เป็นคนขี้โกงแบบนี้ เลยตัดสินใจลาออก ตอนนั้นพ่อกับแม่ผิดหวังในตัวผมมาก….”
แหลมตัดสินใจพาเรณูผู้เป็นภรรยา และลูกชายที่อยู่ในวัยเรียนทั้ง 2 คน หันหลังให้กับระบบนายทุนที่มีความสัมพันธ์กันแค่เปลือกนอก หวนกลับสู่วิถีดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือ อาชีพชาวนา โดยยึดเอากระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่พอเพียง และทำไร่นาสวนผสมมาเป็นแนวทางให้กับชีวิต โดยไม่สนใจต่อคำสบประมาทของชาวบ้าน ที่มองว่าเป็น “ผีบ้า”
สอนลูกให้ไถนาตามรอยพ่อ
“ในตอนนั้นไม่มีคนเห็นด้วยกับผมเลย แม้กระทั่งพ่อแม่ก็คัดค้านเพราะเขามองไม่เห็นทางว่ามันจะอยู่รอดได้ ผมก็ได้แต่พยายามที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเชื่อว่า วิถีแบบนี้มันยั่งยืนและเป็นจริงที่สุด….”
“คน ในหมู่บ้านมองว่าผมเป็น ผีบ้า เพราะกลางคืนเดือนแจ้ง ผมจะลงไปขุดดินทำหลุมปลูกผัก บางวันก็ทำงานไม่หยุด เพราะต้องการที่จะให้มันเกิดผลเร็วๆ ให้พื้นที่แห้งแล้งกลายเป็นสีเขียวให้ได้ แล้วที่สำคัญผมต้องการพิสูจน์ให้ชาวบ้านที่เขาปรามาสไว้ว่า ไม่มีทางเป็นจริงได้ แต่ผมจะทำให้ได้…”
แหลม เริ่มต้นทำนาแบบเกษตรพอเพียง ด้วยที่ดินจำนวน 16 ไร่ โดยแบ่งเป็นโซนทำนา 7 ไร่ ทำสระ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา และกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งอีก 3 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยและปลูกผักสวนครัวอีก 6 ไร่ โดยจะแบ่งผลผลิตที่ได้มา 3 ส่วน 1.ขาย 2. กินเอง 3.ให้ญาติพี่น้อง โดยแหลมบอกว่า “ที่ต้องเก็บไว้ให้พี่น้องก็เพราะเขามีบุญคุณกับเรา เวลาที่เขามาเยี่ยมในช่วงเทศกาล มีผลไม้ เสื้อผ้ามาฝากเรา ทำนามีข้าวก็เอามาฝาก เค้าแลกเปลี่ยนกัน มันเป็นวัฒนธรรมมาแต่โบราณที่ไม่ได้ตีค่ามูลค่าสิ่งของเป็นเงิน ถ้าเราผลิตแล้วขายหมดพี่น้องก็อาจจะตีมูลค่าของที่นำมาฝาก วัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนก็จะหมดสิ้นไป ต่อไปพี่น้องอาจจะไม่รู้จักกันก็ได้
“ผมจะผูกพี่น้องด้วยวัฒนธรรมแบบนี้ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าเงินเป็นตัวนำหน้าจิตใจ อย่างเวลาขายกบขายปลาทั้งให้ ทั้งแถม ถ้าขาดทุน ผมจะคิดว่าได้ทำบุญไม่ได้เงินก็ไม่เป็นไร ถ้าเอาเปรียบแล้วได้เงินมาก แต่ก็ได้บาปมากไปด้วย ผมก็ไม่เอา แลกเปลี่ยนกันกินจะดีกว่า”
ชีวิตพอเพียงของชาวนาไทย
แหลมทำนาแบบเกษตรผสมโดยไม่ใช้สารเคมีทุกชนิดมา 6-7 ปีแล้ว และพยายามยึดหลักวิถีชาวนาดั้งเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ปฏิเสธของสมัยใหม่ไปทั้งหมด วิธีการทำนาแบบผสมเขาบอกว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “ควาย”
“ชาวนา ที่ดูถูกควาย ผมไม่คิดว่าเค้าเป็นชาวนา ชาวนาจริงๆ จะคิดว่า ควาย คือเพื่อนที่มีบุญคุณ สำหรับผมกลับยกย่องว่า ควายเป็นครู ผมต่างหากที่คิดว่าตัวเองเป็นศิษย์ของควาย”
ทุกวันนี้ แหลมพยายามนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาใช้ร่วมกันในการดำเนินชีวิต และทำนาโดยอาศัยการเกื้อกูลกันของวัฏจักรตามธรรมชาติ และนำความรู้สมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ ทำให้สามารถลดต้นทุนในการผลิตได้มาก เขามองว่า การทำนาปัจจุบันต้องเอาระบบเก่าและระบบใหม่มาผสมผสานกันชีวิตของ ชาวนาจึงจะสามารถอยู่รอดได้ และการออกไปเปิดหูเปิดตารับข่าวสารข้างนอก ก็ช่วยให้ประสบผลสำเร็จเร็วขึ้น
การทำนาสมัยนี้ ชาวนา มักใช้เงินเป็นทุนอย่างเดียว ทุนปัญญา และทุนกำลังคน แทบจะไม่ต้องใช้เลย ไม่มีเงินก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา ไม่หลุดพ้นจากวงจรหนี้สักที หากเรานำทุนทั้ง 2 อย่างนั้นมารวมกัน จะทำให้หลุดพ้นจากระบบหนี้สินนี้ได้
นอกจากนี้ แหลมยังมีความคิดต่อยุคสมัยนี้ว่า “ยุคนี้มันเป็นยุคของนายทุนฆ่าชาวนา ชาวนาจริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย นอกจากปัญญาและกำลังที่ติดตัวมาเฉยๆ และด้วยความซื่อจึงไม่รู้ทันระบบนายทุน เราไม่ใช่พ่อค้าคิดไม่ทันเขาหรอก หากจะมาทำเกษตรธรรมชาติแบบผสมนั้นยาก หากยังวิ่งตามนายทุนกันอยู่สุดท้ายก็ต้องตกหลุมพรางที่เขาวางไว้ อย่างเช่นมีนโยบายโคล้านตัวก็เลี้ยงกันทั้งหมู่บ้าน ทั้งประเทศไหลไปตามกระแส
ทั้งที่บรรพบุรุษของเราก็เลี้ยงวัว เลี้ยงควายกันมา ตั้งแต่ดั้งแต่เดิม เมื่อมีนายทุนเข้ามาต้องเลี้ยงวัวด้วยหัวอาหารแทนหญ้า ส่วนหญ้าก็เป็นหญ้าปลูก ทุกอย่างมันต้องใช้เงินหมด สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร ตราบใดที่ชาวนาอย่างเราๆ ยังดูแต่ทีวีมีโฆษณาชวนเชื่อ ดูแต่ละครน้ำเน่า แล้วรับเอามาเป็นแบบอย่าง ดูหรือฟังแบบไหนก็นำมาแสดงแบบนั้น”
นอกจากจะนำพาตัวเองเข้าสู่เกษตรพอเพียงแล้ว แหลมยังพยายามถ่ายทอดแนวคิดให้กับชาวบ้านและลูกชายทั้ง 2 โดยวิธีการพ่อนำพาลูก เพราะเขามั่นใจว่าเมื่อเด็กเห็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำก็จะจดจำ พ่อแม่พาเล่นไพ่ลูกก็ต้องเล่นไพ่ พ่อแม่พาดำนาลูกก็ต้องดำนา แม้กระทั่งเรื่องการศึกษาในระบบโรงเรียน เขาก็ยังคิดสวนกระแสพ่อแม่คนอื่นๆ
“ผม คิดว่าใบปริญญาเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น การปฏิบัติจริงนี่แหละคือ ปริญญาชีวิต วิถีชาวนากินอยู่กันยังไง ผมจะพยายามสอนพวกเขาทุกอย่าง ให้เค้าเกี่ยวหญ้าให้ควาย และเก็บเห็ด เช้าๆ 2 พี่น้องก็ปั่นจักรยานนำเห็ดไปขายก่อนไปโรงเรียน สอนให้เค้าเก็บออมเงินที่หามาได้ ไม่เคยหวังว่าจะต้องมีเงินเยอะๆ บ้านหลังโตๆ มีรถเก๋งขี่ เพียงมีอยู่มีกินมีอาหารครบถ้วนในแต่ละวัน ลูกเมียอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ไม่แยกย้ายไปขายแรงงานที่ไหน ครอบครัวมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจแค่นี้ผมก็ภูมิใจและพอใจแล้ว”
ณ วันนี้ แหลมเริ่มมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์หันกลับมาทำนาแบบปลอดสารพิษ และเกษตรพอเพียงร่วม 20 กว่าหลังคาเรือนแล้ว กว่าแหลมจะสามารถทำได้อย่างทุกวันนี้ ก็เพราะเขาเรียนรู้มาด้วยชีวิตทั้งสม หวังและผิดหวัง แต่สุดท้ายแล้ว….อะไรทำให้แหลมเลือกที่จะหยุดอยู่กับอาชีพนี้ เลือกวิถีชีวิตแบบนี้ เลือกที่จะเป็นชาวนา แหลมให้นิยามของการเป็นชาวนาแบบพวกเขาว่า ‘อรหันต์ชาวนา’ คือ ชาวนาที่เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นแล้ว ไม่โง่แล้ว เป็นผู้หลุดพ้นจากการเป็นทาสของระบบนายทุน หลุดพ้นจากวังวนแห่งการใช้สารเคมี และการหลุดพ้นจากความจนจะเป็นผลพลอยได้ที่ตามมาเอง
และเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ชมเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มีต้นทุนชีวิตต่ำ แต่ใจสู้ ด้วยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแนวทางนักสู้ของแหลม หรือ พูนศักดิ์ สมบูรณ์ อรหันต์ชาวนา ชายผู้สู้ชีวิตบากบั่นจนเป็นเกษตรกรดีเด่น จากรายการคนค้นคน เขาผู้นี้คือ กฤษฎา รากแก่น ซึ่งยึดถือเอาแหลมเป็นอาจารย์ ลองดูได้ครับ
ดูแล้วจะได้มีพลังต่อสู้ โลกนี้ยังมีหวังสำหรับคนหัวใจนักสู้เสมอ…. มีต่อตอนสองด้วยนะครับ
ตอนที่สองของ กฤษฎา รากแก่น จากผืนดินทรายแล้งน้ำ เขาสู้จนมองเห็นทางสว่างด้านหน้า ชมตอนที่สองได้เลยครับ
คงมีกำลังใจขึ้นมากนะครับ ฅนอีสานบ้านเฮา ขอให้สู้ๆๆๆๆ….






0 comments:
Post a Comment